โยคะลดน้ําหนัก: [14] ท่าโยคะที่เวิร์คสุดสำหรับการออกกําลังกายลดน้ําหนัก

กำลังมองหาท่าโยคะที่ดีที่สุดสำหรับการลดน้ำหนัก? คุณมาถูกที่แล้วค่ะ

แต่ก่อนที่เราจะกำหนดเป้าหมายของการลดน้ำหนัก

เราต้องทำความเข้าใจปัจจัยของการเพิ่มน้ำหนักเสียก่อน ว่านอกเหนือจากพฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่ถูกต้องแล้ว น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นยังเกิดจากการทำงานของร่างกายในส่วนต่างๆ ที่ไม่มีประสิทธิภาพ

การฝึกโยคะเป็นการเพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกาย จากการบิดตัวไปข้างหน้า ไปด้านข้าง ในทุกๆท่าโยคะ เป็นการเอื้ออำนวยความสะดวกในการลดน้ำหนักนั้นเอง

นอกจากนี้โยคะยังมีศาสตร์พื้นฐานของการหายใจ เพื่อปรับสมดุลกลไกร่างกาย และช่วยฟื้นฟูอวัยวะภายในร่างกายของเรา เมื่อคุณหายใจเข้าจากภายใน โฟกัสที่ลมหายใจ แล้วขับของเสียออกมาในขณะที่คุณหายใจออก การหายใจในการฝึกโยคะเป็นการช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญร่างกาย และอัตราการเต้นของหัวใจอีกด้วย


ประโยชน์ของโยคะลดน้ำหนัก

โยคะเหมาะสำหรับทุกวัยและระดับการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น นักกีฬา วัยกลางคน ผู้หญิง ผู้ชาย สูงวัย และแม้กระทั่งนักออกกำลังกาย ชั้นเรียนโยคะเป็นที่ที่ทุกคนสามารถรู้สึกได้รับการยอมรับ และฝึกโยคะรวมกันได้ ซึ่งแตกต่างจากกีฬาอื่น ๆ ที่มุ่งเน้นเฉพาะคนๆ

โยคะส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่โดยรวม โยคะไม่ใช่แค่การออกกำลังกาย แต่ก็เกี่ยวกับวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดี การฝึกโยคะช่วยให้เราค้นพบความเงียบสงบในจิตใจ ช่วยบรรเทาความเครียดและช่วยลดความเครียดของจิตใจช่วยให้คุณมีสมาธิมากขึ้น

โยคะเผาผลาญกี่แคลอรี่แคลอรี่ที่เผาผลาญระหว่างการฝึกโยคะจะแตกต่างกันไปตั้งแต่ 180 แคลอรี่ ถึง 360 แคลอรี่ ต่อชั่วโมงขึ้นอยู่กับประเภทของโยคะที่คุณฝึก ashtanga, vinyasa และ power yoga ที่พร้อมกับการออกกำลังกายแบบโยคะที่เร่งการเผาผลาญแคลอรี่โดยการผสมผสานระหว่างการเต้นรำหรือคิกบ็อกซิ่งนั้นเอง

โยคะมีประโยชน์มากมายรวมทั้งช่วยลดน้ำหนัก!นอกเหนือจากด้านกายภาพของมันที่ช่วยให้คุณเผาผลาญแคลอรี่ เหตุผลหลักโยคะสามารถช่วยให้คุณลดน้ำหนักจริงมาจากด้านจิตใจของเราเอง ทุกคนทั้งผู้หญิง ผู้ชาย รู้ว่าความเครียดส่งผลให้ระบบการย่อยทำงานได้ไม่ดี โยคะช่วยลดความเครียดนี้ได้ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยลดระดับคอร์ติซอลที่เป็นฮอร์โมนความเครียดที่ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น การลดระดับคอร์ติซอลจะช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้โดยธรรมชาติ


เล่นโยคะลดน้ําหนักที่ไหนดี

ปัจจุบันมีโยคะสตูดิโอให้ทุกคนที่สนใจหลายเจ้าให้เลือก โดยปัจจัยการเลือกของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป ทั้งราคาค่าคอร์ส สถานที่เรียนสะดวกกับเราไหม ตารางคลาสเรียนมีช่วงที่เราสนใจหรือเปล่า ดังนั้นลองลิสต์สิ่งเหล่านี้ออกมา แลัวเช็คดูว่าที่ไหนเหมาะสมกับเรามากที่สุด ส่วนใครสนใจอยากลองฝึกเองอยู่บ้านก็เปิด Youtube ฝึกโยคะลดน้ําหนัก หรือฝึก “14 ท่าโยคะที่ดีที่สุดสำหรับการลดน้ำหนัก” ตามที่เราแนะนำมาวันนี้

ใครที่อยู่กรุงเทพ กำลังมองหาโยคะสตูดิโอเพื่อฝึกโยคะเพื่อลดน้ําหนักละก็ คลิกที่นี่ เรามีแนะนำถึง 10 โยคะสตูดิโอ ให้ได้ลองศึกษาทั้งราคา สถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวกในโยคะสตูดิโอ


บ่อยแค่ไหนกันนะ ที่คุณควรฝึกโยคะเพื่อการลดน้ำหนัก

สิ่งที่แนะนำสำหรับคนที่ต้องการฝึกโยคะเพื่อการลดน้ำหนักคือ คุณต้องจัดเวลาเพื่อฝึกโยคะให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ คุณสามารถเลือกโยคะที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายอย่าง ashtanga, vinyasa, power yoga และ hot yoga ฝึกซ้อมอย่างหนักได้อย่างน้อย 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์เป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง

ในวันที่คุณตารางเพื่อออกกำลังกายแบบเบาๆ ก็ใช้เวลานี้ในเข้าคลาสโยคะอย่าง hatha yoga หรือ yin yoga เพื่อผ่อนคลายร่างกาย หากคุณไม่ได้เข้าคลาสจะเลือกฝึกด้วยตนเองที่บ้านก็ได้นะค่ะ เดี๋ยวนี้ yoga instucture เก่งๆใน youtube มีให้เลือกมากมายค่ะ นี่เป็นหนึ่งในครูโยคะที่ผู้เขียนแนะนำ Adriene ใช้ภาษาอังกฤษในการสอนที่้เข้าใจง่าย ภาพสวย ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเหมือนฝึกที่บ้าน

เช็ควีดีโอโยคะลดน้ําหนักของเธอได้ที่นี่ Yoga With Adriene  

หากคุณเพิ่งเริ่มฝึกโยคะให้เริ่มต้นอย่างช้าๆ ค่อยๆสร้างการฝึกโยคะในท่าต่างๆของคุณขึ้น มันช่วยให้คุณสามารถสร้างความแข็งแรง และความยืดหยุ่นของร่างกาย ป้องกันการบาดเจ็บได้ ถ้าคุณไม่มีเวลาเข้าคลาสเรียนในบางวัน ให้ฝึกด้วยตนเองที่บ้าน ก่อนออกไปทำงานหรือหลังเลิกงานอย่างน้อย 20 นาที อนุญาตให้คุณพักผ่อนได้เต็มที่ในวันอาทิตย์ จากนั้นพัฒนาการฝึกโยคะของคุณด้วยกิจกรรมต่างๆ เช่น การเดิน การขี่จักรยาน หรือว่ายน้ำ เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้หัวใจและหลอดเลือด

หลีกเลี่ยงการชั่งน้ำหนักตัวเองโดยหลังจากชั้นเรียนโยคะ โดยเฉพาะถ้าเป็นชั้นเรียนโยคะร้อน (hot yoga)เนื่องจากคุณอาจลดหนักน้ำจากการสูญเสียน้ำในร่างกายในระหว่างชั้นเรียน เราแนะนำให้คุณชั่งน้ำหนักตัวเองในเวลาเดียวกันในแต่ละวันแทน


ขอแนะนำท่าโยคะลดน้ําหนักที่คุณสามารถฝึกด้วยตนเองได้ที่บ้าน ถ้าคุณไม่มีเวลาสำหรับการเข้าฝึกที่คลาสโยคะอย่างเต็มรูปแบบด้วย 14 ท่าโยคะที่ดีที่สุดสำหรับการลดน้ำหนัก


1. Side Plank Pose

ท่าแรกสำหรับเผาผลาญแคลอรี่ให้กระจุยกระจายคือท่า Slide Plank หนึ่งในท่าสุดฮิตสำหรับสาวๆ ที่ต้องการปั้นหน้าท้องให้สวย เซ็กซี่ ท่านี้เป็นอีกหนึ่งท่าที่ดูว่าง่ายแต่แท้จริงแล้วต้องใช้พลังเยอะมากทีเดียว

เพราะเราจะต้องยกแขนข้างหนึ่งขึ้นมาตั้งขนานกับพื้นโลกโดยพยุงตัวเราเอาไว้ ให้ทำสลับกัน เป็นการบังคับให้ร่างกายของคุณสาวๆเกิดการต้านแรงโน้มถ่วง เรียกว่าไม่ง่ายแต่เชื่อไหมว่าสามารถเบิร์นแคลอรี่ได้เยอะสุดๆ

ท่านี้เรียกได้ว่าโยคะลดต้น แขนเลยละ หากสาวๆยังใหม่สามารถทำท่า Plank ไปก่อน

ทำให้ได้สักประมาณ 30 วินาที – 5 นาที 3 เซ็ททุกวัน หน้าท้องสวยๆ ก็ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วละ


2. Lunge

ท่านี่เป็นหนึ่งในท่าที่ดีที่สุดในการยืดหยุ่นสะโพก หลายคนคงมีอาการตึงสะโพก ปวดเมื่อยจากการนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน

ท่านี้จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นได้ดี และช่วยกระชับกล้ามเนื้อส่วนสะโพก

จำไว้เลยว่าท่านี้มือของคุณที่ชูขึ้นเหนือศรีษะจะวางไว้ระดับไหนก็ได้ ยิ่งเอนไปด้านหลังมากเท่าไร ก็ยิ่งเน้นการยืดหยุ่นสะโพกมากขึ้นเท่านั้น

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าหัวเข่าด้านหน้าของคุณอยู่ใกล้เคียง 90 องศามากที่สุด ค้างไว้ 30 วินาทีและทำซ้ำอีกด้านหนึ่ง จำนวน 3 เซ็ท


3. Boat pose

โยคะท่าเรือช่วยให้คุณลดไขมันหน้าท้อง ช่วยป้องกันไขมันที่อาจจะก่อตัวบริเวณเอวของคุณได้ และบริหารกล้ามเนื้อกระเพาะอาหาร

ทั้งยังเสริมสร้างกล้ามเนื้อหลังและขาของคุณอีกด้วย นอกจากนั้นยังช่วยในการลดความเครียด

ท่านี้ต้องสมดุลร่างกายในขณะที่ยกขาทั้งสองข้างขึ้น กางแขนออกมาด้านหน้า

ค้างท่านี้ไว้ 30 วินาที ทำซ้ำอย่างน้อยห้าครั้ง เท่านี้ห่วงยางอันน้อยๆ ก็จากเราไปได้ไม่ยากค่ะ


4. Chair Pose

Chair Pose หรือท่าเก้าอี้จะช่วยให้คุณสามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้เป็นจำนวนมาก เป็นท่าที่คุณทำเหมือนว่าคุณกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ อาจจะใช้หลังพิงกำแพงไว้ เพื่อได้ท่าที่ถูกต้อง และที่สำคัญต้องเกร็งสะโพกและต้นขาไว้ด้วย

ท่านี้เป็นท่าโยคะลดต้นขา ช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนสะโพกและก้นได้เกร็งตัว ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย

การเผาผลาญแคลอรี่ก็จะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ซึ่งตรงนี้ไขมันส่วนเกินที่เกิดเป็นผิวเปลือกส้มก็จะถูกเบิร์นออกไป ท่านี่แหละเหมาะที่สุดสำหรับสาว ๆ ที่อยากจะมีก้นเด้ง ก้นงอน

เป็นท่าที่ปลอดภัยและฝึกง่ายสำหรับโยคินและโยคินี ทุกคนค่ะ


5. Camel Pose

ท่านี้เป็นท่าที่มีประโยชน์มาก ต่อระบบการย่อยอาหาร ระบบเจริญพันธุ์

ช่วยยืดกล้ามเนื้อท้อง ลำไส้ ช่วยกระตุ้นเส้นประสาทสันหลัง ลดอาการปวดหลัง ลดอาการท้องผูก

นอกจากนี้ ยังช่วยลดอาการหอบหืดอีกด้วย

อาจจะเป็นท่าฝึกเริ่มต้นของการฝึกท่าอื่นๆเนื่องจากฝึกง่าย และมีความยืดหยุ่นสูง


6. Dolphin Push-ups Pose

ท่าปลาโลมาหรือ Dolphin Push-ups เป็นหนึ่งในท่าโยคะที่ช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่ หลัง และกล้ามเนื้อหน้าท้องกระชับ

หลังจากท่าแพลงท์ คุณสามารถทำท่าปลาโลมาต่อได้ ด้วยการยกก้นและหลังขึ้นอย่างช้าๆ

จากนั้นค้างท่าไว้ 3-5 วินาที แล้วกลับสู่ท่าเดิม

ทำท่านี้ 3 เซตต่อวันคุณก็จะมีหน้าท้อง กล้ามเนื้อหลังที่สวยกระชับ จนใครๆ ต้องอิจฉากันเลยค่า


7. Bow Pose

ท่าธนู หรือที่เราเรียกกันว่า Bow pose เป็นหนึ่งในสี่ท่าโยคะที่สามารถเบิร์นแคลอรี่ต่อนาทีได้มากที่สุดถึง 3.03 แคลอรี่ต่อนาที

และยังช่วยยืดหยุ่นและเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อหลัง

ได้ทั้งลดไขมันและแข็งแรงในท่าเดียวค่ะ

สำหรับหญิงตั้งครรภ์คนระหวังท่านี้นะค่ะ


8. Wheel Pose

สำหรับท่า Wheel หรือท่าสะพานโค้งสามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้เยอะอีกท่า

เป็นท่าที่ต้องใช้ความสามารถและความยืดหนุ่ยของลำตัว และยังเป็นท่าโยคะบริหารกล้ามเนื้อหลังด้วย

สำหรับคนที่เพิ่งฝึกโยคะใหม่ๆ อาจจะต้องให้คุณครูช่วยดูในการทำท่านี้เพราะอาจจะเกิดอันตรายได้

แต่หากคุณเป็นคนที่เล่นโยคะเป็นประจำ การทำท่านี้นี่แหละคือท่าที่เหมาะสำหรับการเบิร์นแคลอรี่ให้กระจุย นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นให้เลือดสูบฉีดได้ดีอีกด้วย


9. Revolved Lunge Pose

ท่านี้พยายามทำให้เข่าหน้างอเป็นมุม 90 องศาและเหยียดขาอีกด้านออกตรง

นำศอกขวามาวางไว้บนหัวเข่าซ้ายแล้วจับมือกัน เหยียดหลังและไหล่

กระชับแกนกลางลำตัวของคุณในขณะที่อยู่ในท่านี้เพื่อเพิ่มความกระชับให้หน้าท้องของคุณมากยิ่งขึ้น

ค้างท่านี้ไว้ประมาณ 5-6 ลมหายใจ หรือ 30 วินาทีแล้วทำซ้ำอีกด้านสลับกัน วนไป 3 รอบ


10. Tree Pose

มองเผินๆ ท่านี้ช่างดูง่ายเหลือเกิน อย่าเพิ่งโดนหลอกค่ะ มันยากที่จะรักษาสมดุลในท่านี้มากกว่า

ทีเดียวเพราะต้องใช้ภาพที่เห็น ยกเท้าซ้ายวางด้านในของต้นขาขวา

หลังตรง ลำตัวของคุณอาจโน้มตัวไปข้างหน้า เมื่อพยายามจะะรักษาสมดุลในท่านี้

พนมมือทั้งสองข้างขี้นมาไว้กลางอก หลังจากนั้นให้ค่อยๆ ยกมือในท่าพนมมือขึ้นเหนือศรีษะ และค้างไว้ 30 วินาที ให้ทำซ้ำอีกด้านหนึ่ง สลับเท้าขวายกวางด้านในของต้นขาซ้าย


11. Warrior I

ท่า warrior I กับ warrior II และ warrior III (ด้านล่าง) ซึ่งอยู่ในการฝึกแบบวินยาสะ มีการเคลื่อนไหวช้าๆ อย่างต่อเนื่อง เรียกง่ายๆว่า “การไหล” ซึ่งคุณจะทำจากท่าหนึ่งไปสู่อีกท่าได้อย่างคล่องแคล่ว

ท่านักรบคือท่าอาสนะสำหรับการลดน้ำหนักที่สำคัญและไม่พลาด ท่านี้จะช่วยยืดเส้นเอ็น ลดอาการปวดคอ ไหล่ หลัง เอว เข่า น่องและข้อเท้า และยังช่วยลดไขมันรอบๆ สะโพกที่สาวๆ มักจะกังวลได้อีกด้วย

ท่า warrior I มีความคล้ายท่า high lunge แต่เท้าจะวางแนบพื้นและชี้เป็นมุม 45 องศา แทนที่จะจิกปลายเท้ากับพื้น

พยายามให้หัวเข่าด้านหน้าอยู่ในมุม 90 องศา แต่สำหรับผู้เริ่มต้นหลายๆ คนอาจยังทำสูงกว่า 90 องศาเล็กน้อย ก็ไม่เสียหาย พยายามฝีกฝนต่อไป

ค้างไว้ 30 วินาทีแล้วเปลี่ยนเป็น Warrior II (ด้านล่าง)

หมายเหตุ: คุณต้องทำซ้ำท่าทั้งหมด อีกด้านหนึ่ง หลังจากที่คุณจบด้านแรกแล้ว


12. Warrior II

จาก warrior I (ด้านบน) คุณจะเหยียดแขนออกไปทั้งสองข้างอย่างภาพในขณะที่คุณขยับหน้าอกและสะโพกเพื่อหันหน้าไปทางทิศทางเดียวกับเท้าหลัง

พยายามรักษาเข่าด้านหน้าให้อยู่ในมุม 90 องศาให้มากที่สุด

แขนควรขนานกับพื้น

ค้างไว้ 30 วินาทีแล้วเปลี่ยนเป็น warrior II (ด้านล่าง)

หมายเหตุ: คุณต้องทำซ้ำท่าทั้งหมด อีกด้านหนึ่ง หลังจากที่คุณจบด้านแรกแล้ว


13. Warrior III

ท่านักรบ warrior III เป็นท่าที่ยากที่สุดสำหรับวินยาสะนี้ มันอาจดูง่ายพอ แต่การทำท่านี้นานกว่าสองสามวินาทีอาจเป็นเรื่องยากสำหรับผู้เริ่มต้นฝึก!

จาก warrior II บิดหน้าอกของคุณให้หันไปข้างหน้า

ยกขาข้างนีงขี้นมาแล้วโน้มตัวไปข้างหน้า ให้ลำตัวขนานพื้น จากนั้นยื่นแขนออกมาตรงหน้าคุณเพื่อสร้างความสมดุล

พยายามค้างไว้ 30 วินาทีแล้วทำวินยาสะทั้งหมดอีกด้านหนึ่งของร่างกาย

ท่านี้เสริมความแข็งแกร่งทั้งด้านหลังของร่างกายรวมถึงไหล่, hamstrings, น่อง, ข้อเท้าและด้านหลัง นอกจากนี้ยังปรับโทนเสียงและเสริมสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้อง warrior III ช่วยปรับปรุงสมดุลท่าทางและการประสานงานของร่างกายทั้งหมด

ท่านี้ยังช่วยเพิ่มความสามารถในการมีสมาธิทำให้ใจจดจ่อใจเย็นเมื่อต้องเผชิญกับความยากลำบาก การเรียนรู้ที่จะฝึกฝนความสนใจของคุณในขณะที่อยู่เงียบ ๆ เป็นกุญแจสำคัญในการค้นพบการเชื่อมต่อระหว่างจิตใจร่างกายและจิตวิญญาณของคุณ – ความหมายที่แท้จริงของโยคะ


14. Crow Pose

เรียกได้ว่าเป็นท่าโยคะลดต้นแขน สำหรับ Crow Pose

แม้ว่านี่จะเป็นท่าโยคะขั้นสูงสำหรับการลดน้ำหนัก แต่ก็ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณเผาผลาญแคลอรี่และสร้างความแข็งแรงของแขน!

ถ้าเพื่อนๆ ไม่พร้อมที่จะยกตัวจากพื้นเพียงแค่เอียงเข่าลงหลังแขนและเอียงไปข้างหน้าจนกว่าคุณจะรู้สึกถึงความตึงที่แขน ข้อมือและมือ

นั่นคืออาสนะโยคะ 14 ท่าสำหรับการลดน้ำหนัก! ที่ช่วยให้สาวๆ ได้เบิร์นแคลอรี่มากยิ่งขึ้น

อย่าลืมฝึกนิสัยการกินเพื่อสุขภาพ นอนหลับให้เพียงพอด้วยนะค่ะ

เท่านี้สาว ๆ ทุกคนก็มีหุ่นสวยและสุขภาพดี แข็งแรงกันแล้วค่ะ

เมื่อดูแลหุ่นแล้วก็ต้องไม่ลืมเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมกันละ สามารถช้อปปิ้งออนไลน์ได้ง่ายแแสนง่ายในยุคช็อปปิ้งออนไลน์ง่ายกว่าปอกกล้วยเข้าปาก ที่มีสินค้าคุณภาพให้เลือกมากมาย พร้อมจัดส่งถึงหน้าประตูบ้านกันเลยทีเดียว



Author: Warunee Jamroenpoon

Warunee Jamroenpoon is a yogi and writer. She is a yoga student who has been practicing yoga at home since 2009.

Leave A Reply:

Yoga Shop

Don't have an account?

Register

You don't have permission to register
X